เข็มทิศชีวิต

เคยคิดจะเขียนถึงหนังสือเล่มนี้ นานมากแล้ว แต่ก็ไม่ได้เขียนสักที มีเมื่อเร็วๆนี้เขียนถึง รอยตะปู แล้วก็นานมากแล้ว ที่เขียนเรื่อง เจ้าลิงน้อยกับกะปิ เรื่องหลังนี่ เขียนเมื่อ 30.08.2005 เพราะอ่านถึงตรงนั้น นับถึงวันนี้ โห!!! ร่วมเกือบสองปี พอดีเลยนะเนี่ย อะไรจะอ่านได้ยาวนาน ปานฉะนี้ ที่จริงอ่านจบ หลายรอบแล้วล่ะ แต่รอบล่าสุดเพิ่งเริ่มอ่าน หลังจากที่กลับมาจาก วิปัสสนากรรมฐาน (มะนาวเขียนไว้) ตอนไปที่นั่น เห็นหนังสือฉบับพิมพ์ใหม่ ครั้งที่ 50 เปลี่ยนสีปกใหม่ ก็เลยซื้อกลับมาด้วย (เพราะเล่มแรกเยินซะ)



“เข็มทิศชีวิต” เป็นหนังสือที่หยิบอ่านบ่อยมาก วางตรงหัวเตียง ก่อนนอนจะหยิบมาเปิดอ่าน แล้วค่อยหลับ บางวันก็ได้หลายหน้า บางวันหน้าเดียว ด้วยหวังว่า ตัวหนังสือที่อ่านจะค่อยๆ แปลเป็นความสำนึก ซึมซับเข้าไปในความคิด ทีละน้อยก็ยังดี เรื่องราวชีวิตของ คุณฐิตินาถ ณ พัทลุง เป็นเรื่องที่สอนใจเราได้อย่างจัง

ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ใช้ชีวิต ด้วยความรู้ที่เรียนมาทางโลก มีความตั้งใจดี เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เป็นคนทำงานที่ดี นี่ก็น่าจะทำให้เธอมีความสุข ในชีวิตที่เหลือแล้วไม่ใช่หรือ แต่แล้วในขณะที่เธอกำลัง ภาคภูมิใจในความสำเร็จ มั่นใจตัวเองอย่างที่สุด รู้สึกเหมือนโลกทั้งโลกอยู่ในมือ เธอกลับต้องสูญเสียทุกสิ่ง ทุกอย่างที่เธอสร้าง ที่เธอมีภายในพริบตา จากคนที่เคยมั่นใจ กลายเป็นคนที่รู้สึกล้มเหลว ไม่อยากพบหน้าผู้คน ใครจะมาบอกว่า เป็นเรื่องธรรมดาของโลก เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต ก็ไม่เข้าใจ ในเมื่อเราทุกคนถูกสอนมาว่า ถ้าเราตั้งใจเรียน ก็จะได้งานดีๆ ถ้าตั้งใจทำงาน ชีวิตก็จะเจริญรุ่งเรือง ไม่มีใครเคยบอกความจริงที่ว่า ไม่ว่าเรา จะทุ่มเทสักเพียงไหน ทุกอย่างในชีวิต มันก็ไม่แน่เสมอไป เราทำได้แค่สร้างเหตุ เหมือนปลูกต้นไม้ รดน้ำ พรวนดิน ไล่แมลง แต่ปัจจัย ที่จะช่วยให้ต้นไม้เจริญเติบโต หรือตายไปมีมากมาย บางอย่างเราเลือกได้ บางอย่างก็เลี่ยงไม่ได้ ผลของมันจึงไม่แน่นอนเสมอไป แล้วอะไร คือความมั่นคงที่แท้จริงของชีวิต

วันนี้เธอพบคำตอบ ที่เธอต้องการ แล้วยังเผื่อแผ่ผู้อื่น ด้วยการถ่ายทอดผ่านตัวหนังสือ เป็นการให้ธรรมะ อันชนะการให้ทั้งปวง อ่านแล้วช่วยจัดระเบียบชีวิต ระบบความคิดได้เป็นอย่างดี

  • หยุดทบทวน
  • ทุกคนใช้ชีวิตตามๆกัน โดยที่ไม่เคยหยุดทบทวน ถามตัวเอง ว่าเส้นทางที่ใช้นั้น คือเส้นทางที่นำพา ไปสู่ความสุข ความสบายกาย สบายใจ อย่างที่ชีวิตต้องการ ได้จริงหรือ

  • รู้กฏของชีวิต
  • ทุกอย่างมีขึ้นแล้วหายไป เปลี่ยนแปลง คงสภาพเดิมตลอดไปไม่ได้ ไม่ใช่สิ่งที่จะมาบังคับ ให้ถูกใจเราตลอดเวลาได้ ธรรมชาติจะหมุนเวียน เปลี่ยนอยู่อย่างนี้ เราจะเป็นทุกข์ ก็เมื่อใจของเรายืดออกไปยึด ยึดว่าอันนี้ของเรา คนของเรา แล้วก็ต้องเป็นอย่างที่เราอยากให้เป็น เมื่อนั้นทุกข์เกิดทันที

  • วางใจให้ถูกต้อง
  • ไม่ว่าเราจะพัฒนาตัวเอง ในการหาเงินทอง หาความรักให้ได้มากแค่ไหนก็ตาม น้ำในแก้วไม่มีวันเต็ม เพราะความอยากในใจเรา ไม่เคยหยุด แก้วของเราโตไปเรื่อยๆ ไม่เคยพอ ตามดูจิตใจ ความรู้สึก ความคิด แต่ละขณะที่เรารู้ทันใจที่อยากได้ อยากให้คนอื่นทำให้ถูกใจเรา ทุกขณะที่เรารู้ทัน ความอยากทำงานไม่ได้ นั่นคือเราได้ลดขนาดของแก้ว ลงทุกขณะที่เรามีความรู้สึกตัว แก้วเราก็จะเต็มอิ่มพอดี พอเพียงมีความสุข มั่นคง

  • กำหนดเป้าหมายให้ถูกต้อง
  • ภายใต้เงื่อนไขธรรมชาติ ที่ทุกอย่างไม่แน่นอน เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สิ่งสำคัญที่ควรมีก็คือ มีจิตใจที่พัฒนาไว้ดี มีสติปัญญาเตรียมพร้อม พร้อมที่จะรับเหตุการณ์ต่างๆ โดยไม่หวั่นไหว ด้วยการฝึกตามรู้ร่างกาย ตามรู้จิตใจ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความทุกข์ จากเมื่อก่อน ที่เคยเข้าใจด้วยสมอง พอเกิดอะไรขึ้นจริง ก็รับไม่ได้ เปลี่ยนเป็นใช้ปัญญา แนบกับใจ มีอะไรเกิดขึ้น เฉลียวรู้ทันใจ แก้ปัญหา ดับไฟที่ใจ มีความรู้สึกตัวตลอด เป็นเข็มทิศให้ชีวิต ประคับประคองความรู้สึกนึกคิด ให้ถึงฝั่งอย่างมั่นคง

  • ใช้ชีวิตให้ตรงเป้าหมาย
  • สิ่งสำคัญที่สุดในตัวมนุษย์ คือใจ ตรวจความคิด ก่อนจะเป็นการกระทำ ในแต่ละขณะจนเป็นนิสัย เป็นความเคยชินที่ดี ที่ดียิ่งไปกว่านั้นก็คือ เมื่อเราพัฒนาความรู้สึกตัว รู้เท่าทันใจ เราสามารถอยู่เหนือนิสัย อยู่เหนือความเคยชิน เมื่อเรารู้ทันจิตใจ เราใช้ปัญญา เป็นตัวนำทาง นำการกระทำ กำหนดเส้นทางชีวิต ที่เราเลือกได้เอง ตลอดเส้นทาง

  • เลือกและรักษาความสัมพันธ์กับคนให้ดี
  • โกรธใครสักคน เพียงเพราะเขาทำตามกิเลสตัวเอง ตัวเราทำตามกิเลสเรายังไม่พอ ยังเที่ยวส่งใจไปบังคับ ให้เขาทำตามกิเลสเรา
    เราทุ่มเทแรงกาย แรงใจ ใช้เวลากับอะไรมากที่สุด แล้วสิ่งนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตเรา จริงหรือ สิ่งใดก็ตาม ที่สำคัญกับชีวิตเรา เราต้องจัดสรรเวลาให้สิ่งนั้นก่อน อย่าปล่อยให้สิ่งไม่สำคัญ ยั่วยวนใจกินเนื้อที่ในใจเรา การฝึกใจ ให้รู้ทันสิ่งต่างๆ ที่มากระทบ ให้สติเป็นตัวดัก ให้ใจมีช่องว่าง ปัญญาก็จะทำงาน เลือกรับ เลือกปฏิเสธ ตามคุณค่าและความสำคัญ

  • ทุกอย่างรวมลงที่ ใจ
  • ในใจเราทุกคน มีทั้งเมล็ดพันธุ์ที่ดีและไม่ดี มีทั้งความเมตตา ความสงบ ปัญญา ความโกรธ ชี้หงุดหงิด อิจฉา นินทา โลภ ที่สำคัญก็คือ วันนี้เราให้ปุ๋ยกับเมล็ดพันธุ์ไหน ต้นนั้นก็จะเติบโตเบ่งบานในใจเรา ถ้าเราไม่ให้อาหารมัน คอยริดรอนกิ่งก้าน ตัดราก ถอนโคน วันหนึ่งมันก็ต้องตายไป เราต้องการชีวิตอย่างไร ก็ให้ปุ๋ยให้อาหาร เมล็ดพันธุ์ที่เราต้องการ วันนี้เราปลูกอะไรในใจเรา

    ในแต่ละบทของหนังสือ จะมีนิทานสอดแทรก รวมไปถึงเรื่องราวของชีวิตจริง ที่เป็นตัวอย่าง สอนเราได้เป็นอย่างดี อยากให้ทุกคนได้อ่าน ได้ดำเนินชีวิตเหมือนทุกวัน เป็นวันที่สำคัญที่สุดของชีวิต ทำทุกย่างก้าว ทุกลมหายใจอย่างดีที่สุด ให้กับตัวเอง คนที่เรารัก คนที่รักเรา ทำเหมือนไม่มีวันพรุ่งนี้ ให้แก้ตัว ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้าย ที่เราจะตายจากเขา เป็นวันสุดท้ายในชีวิต จะเลือกคิด เลือกพูด เลือกทำอย่างไร

    ฐิตินาถ ณ พัทลุง
    อายุ 20 ปี - จบปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจ และปริญญาโทสาขาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยลอนดอน
    อายุ 25 ปี - ก่อตั้งบริษัทของตัวเอง เป็นกรรมการผู้จัดการและ ผู้ถือหุ้น
    อายุ 27 ปี - เสียบริษัท เสียสามี รับหนี้เกือบร้อยล้าน
    ปัจจุบัน (พ.ศ. 2547)
    อายุ 35 ปี - เป็นคนไม่มีหนี้ เกษียณตัวเองจากตำแหน่ง ประธานกรรมการเวิร์คกิ้ง ไดมอนด์ และประธานโรงเรียนแห่งสติปัญญา แฮปปี้คิดส์ มาเป็นคนเดินช้า เป็นคุณแม่ของลูกทะเล เป็นวิทยากรบรรยายธรรมะ สำหรับคนทำงาน ในองค์กรของรัฐ เอกชน และสถานปฏิบัติธรรม และเป็นครูอ้อย ของเด็กๆ ในหลักสูตรปฏิบัติธรรม


    ROOM: Library

    • เข็มทิศชีวิต

      Stamp in: Saturday, 25.08.2007 / 3:58 pm

    • RELATED POSTS:


      Fatal error: Call to undefined function: related_posts() in /home/pradtnet/public_html/nariza/wp-content/themes/APPLE/single.php on line 24